จองกันดื้อๆแบบนี้ล่ะก้ะ55555555555
 
อีดิธธธธ~
 
หลังจากทำการดอง เอ้ย จองมาเกือบสองอาทิตย์ วันนี้ก็จะได้อัพแล้วค่ะ*น้ำตาไหลพราก* เนื่องจากเป็นฟิคที่มีภาพประกอบเพราะงั้นเรามาคุยกันไปพลางๆก่อนแล้วกันนะคะ
 
 
อย่างที่ชื่อเอนทรี่บอก เอนทรี่นี่เป็นเอนทรี่ที่151ของเราเอง เทียบกับอายุบล็อคแล้วเป็นอะไรที่น้อยมาก แต่ว่ามันเป็นเอนทรี่ที่สำคัญสำหรับเราที่เป็นแม่ยกคู่เบียโชหรือ151เลยล่ะน้า~
 
 
มารู้สึกตัวตอนที่เขียนเอนทรี่ที่150ไปว่า อ้าว เอนทรี่ต่อไปแล้วนี่นา ต้องทำอะไรสนองนี้ดฉลองซะหน่อยแล้ว ก็เลยจองวันที่15/1ไว้ด้วยซะเลย เอาให้เต็มที่ กะว่าจะอัพวันนั้น แต่ผิดพลาดทางเทกกะนิก มรสุมงานรุมเร้า(ความจริงคือปั่นฟิคไม่ทันนั่นเอง//w\\)ก็เลยเลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนใกล้จะหมดเดือน ในที่สุดหลังจากทิ้งที่เริ่มเขียนไป2เรื่อง ก็เขียนจบในเรื่องที่สามจนได้ค่ะ*ซับน้ำตา*
 
 
ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าฟิคเรื่องนี้หาสาระไม่ได้ แถมไม่ได้เขียนฟิคนานเลยตันมาก ฝืดมากอีกตะหาก เพราะงั้นอ่านสบายๆแบบไม่ต้องคาดหวังความสละสลวยของภาษา หรือความสมจริง(?)ใดๆนะคะ (อาจมีคนกดปิดเมื่ออ่านถึงตรงนี้5555)
 
 
ถึงจะไม่ได้ออกมาดีเท่าที่คิดไว้ แต่ก็ตั้งใจเขียนมากเลยล่ะค่ะ เพราะงั้นถ้ามีคนชอบบ้างสักนิดก็จะดีใจมากเลย แหะๆ
 
 
เลิกบ่นแล้ว เชิญอ่านได้เลยกั๊บ
 
 
 

กรุณาอย่านำไปดัดแปลง ทำซ้ำ เผยแพร่ที่ไหนโดยไม่ได้รับอนุญาต! ขอบคุณค่ะ



Title : My Stalker
Author : >>PK<<
Pairing : 10051
Rating : PG-13 (ใสๆไร้สาระเหมือนเดิม)
Genre  : RomanticComedy(ตรงไหน?)
 
‘Stalker (n.) someone who prowls or sneaks about; usually with unlawful intentions.’
 
พั่บ!
 
เสียงปึกกระดาษกระทบกันดังขึ้นในเวลาเดียวกับที่พจนานุกรมเล่มหนาถูกปิดลง ดวงตาสีมรกตใต้กรอบแว่นหรี่ลงอย่างคนใช้ความคิด...
 
ไม่ผิดแน่... ไม่ผิดแน่ๆ สิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ต้องเป็นเจ้าสิ่งที่เรียกว่าสตอล์กเกอร์แน่นอน!
 
อิริเอะ โชอิจิเก็บหนังสือในมือเข้าชั้นเงียบๆ ในพจนานุกรมมีแค่คำจำกัดความ แต่ไม่มีวิธีจัดการให้เขาสักนิด ทำยังไงดีนะ 
เขาควรจะทำยังไงถึงจะสลัดเจ้าสตอล์กเกอร์ที่ตามอยู่ออกไปได้ คิ้วเรียวขมวดมุ่น มันต้องมีวิธีสิน่า...
 
เด็กหนุ่มในเครื่องแบบนักเรียนหมุนตัวกลับมานั่งประจำการหน้าคอมพิวเตอร์ ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องนั้น เขาต้องรีบทำรายงานให้
เสร็จก่อน ต้องรีบ ต้องรีบ ต้องรีบก่อนที่...
 
แกร๊ก! แอ๊ดด...
 
ลูกบิดประตูถูกหมุน ประตูแง้มออก เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวและนิ้วเรียวที่กำลังพิมพ์ด้วยความเร็วสูงหยุดชะงัก ไม่เอาน่า... พระเจ้าคงไม่
ใจร้ายกับเขาขนาดนั้น เจ้าของเรือนผมสีส้มสูดหายใจลึกก่อนจะค่อยๆหันกลับไปมองที่ประตูอย่างช้าๆ
 
  
  
 
เห? ไม่มีใครสักหน่อย เขาคงคิดไปเอง...ล่ะมั้ง
 
โชอิจิเดินไปปิดประตูให้สนิทแล้วหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อ ความจริงแล้วถึงเขาจะไม่ใช่คนกล้าหาญอะไร แต่ก็มั่นใจว่าก่อนหน้านี้
เขาไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนี้ นี่มันเป็นความผิดของผู้ชายคนนั้นแท้ๆเชียว เจ้าสตอล์กเกอร์นั่น...
 
เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...
 
โชอิจิสอบติดโรงเรียนม.ปลายชื่อดังในโตเกียว ด้วยระยะทางแล้วการเดินทางไปกลับจากบ้านและโรงเรียนแทบไม่มีความเป็นไปได้ 
โชคดีที่คุณแม่ของเขามีเพื่อนสนิทอยู่ที่โตเกียว แถมบ้านยังใกล้กับโรงเรียนเขาอย่างไม่น่าเชื่อ โชอิจิจึงได้มาอยู่ในอุปการะของคุณป้าคนนั้น
 
เธอมีชื่อว่าชิรันและมีลูกชายอายุไล่เลี่ยกับเขาคนนึง อาจเป็นความบังเอิญไม่ก็โชคชะตาเล่นตลก คุณป้าชิรันและสามีต้องเดินทางไปเจรจา
ธุรกิจที่ต่างประเทศ ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงเขาและลูกชายเจ้าของบ้านอาศัยอยู่ร่วมกัน ความสงบสุขของโชอิจิจบสิ้น ณ วินาทีนั้นนั่นเอง...
 
แกร๊ก! แอ๊ดด....
 
ไม่มีอะไรหรอกน่า ไม่มีอะไร... เด็กหนุ่มพร่ำบอกตัวเองในใจเช่นนั้น แล้วตั้งอกตั้งใจพิมพ์งานต่อ
 
“โชจัง~”
 
ไหล่บางสะดุ้งเล็กๆ แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจที่จะไม่หันกลับไปมอง ใคร หรืออะไรก็ตามที่กำลังเรียกเขาอยู่
 
“นี่~ สนใจกันหน่อยสิโชจัง~”
 
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ลำคอตั้งตรง สายตาจับจ้องแน่วแน่ที่หน้าจอ และปลายนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์อย่างต่อเนื่อง 
โชอิจิคิด(ไปเอง)ว่าการทำเช่นจะทำให้อีกฝ่ายเลิกลาไปเอง แต่ทว่า...
 
“โชจัง” 
 
“โชจัง
 
“โชจัง”
 
“โชจัง”
 
ควับ!
 
“จะเรียกอะไรกันนักกันหนาครับ เบียคุรันซัง!”
 
เสียงเรียกชื่อรัวๆทำเอาเขาเผลอตัวหันไปตวาดด้วยความรำคาญในที่สุด หันไปเพื่อจะพบว่า สตอล์เกอร์ส่วนตัวของเขายืนอยู่ตรงหน้าประตู 
แขนเท้าบนลูกบิดและใบหน้าประดับรอยยิ้มสมใจ
 
  
  
"ยอมหันมาแล้วเหรอโชจัง♪”
 
“อ่ะ...”
 
คนอายุน้อยกว่ารู้สึกตัว ริมฝีปากบางเม้มแน่นแล้วรีบหันกลับไปทันที เสียรู้หมอนั่นอีกจนได้ คราวหน้า เขาจะไม่สนใจอีกแล้วคอยดู! 
 
แต่สิ่งที่อิริเอะ โชอิจิลืมไปสนิทก็คือ คราวหน้าที่ว่าไม่เคยมาถึง และการเมินเฉยต่อผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้นไม่เคยสัมฤทธิผล ดังนั้นไม่กี่วินาทีต่อมา...
 
 “โชจัง~”
 
ไม่ ก็บอกแล้วไงว่าเขาจะไม่สน
 
“โชจัง โกรธอะไรน่ะ”
 
โชอิจิยังคงเงียบ สายตาไม่ละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
 
“นี่~”
 
แว่วเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และแล้ว...
 
พึ่บ!
 
หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำ เด็กหนุ่มผมส้มหันไปมองด้วยความขุ่นเคือง ตัวการยังไม่ละมือออกจากปุ่มปิด คนที่ราวจะเลือนหายไปกับแสงได้ยิ้มละไม 
ริมฝีปากได้รูปขยับเปล่งเสียง
 
“ความผิดของโชจังเองนะที่ไม่สนใจฉัน”
 
 
 
  
ไม่มีความสำนึกผิดในน้ำเสียง โชอิจิอ้าปากค้างอย่างที่ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาว่าคนตรงหน้า เวลาเดียวกันนั้นเองความอ่อนนุ่มก็ทาบทับลงมาแผ่วเบา
 
“ค..คุณ...คุณ...”
 
“ฉันแค่อยากมาให้กำลังใจโชจังทำงานเท่านั้นเอง~”
 
เจ้าของเรือนผมสีขาวว่ายิ้มๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงหนุ่มน้อยน่าสงสารที่นิ่งแข็งเป็นหินอยู่ตรงนั้น...
  
 
  
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และแน่นอนว่าคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย...
 
ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์ทำนองนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะตอนไหนโชอิจิจะรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา 
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ตอนแวะกินข้าวกับเพื่อน ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เขาแต่งตัวหรือกระทั่งนอนหลับ
 
  
 
 
ถ้าหนักข้อเข้าเจ้าตัวก็จะพาเส้นผมสีขาวโพลนและดวงตาสีอเมทิสต์มาประชิดตัวเสียเลย
  
 
  
หลายครั้งที่โชอิจิสงสัย ว่าทำไมเบียคุรันซังถึงยึดติดกับเขาขนาดนี้ คนๆนั้นถูกใจอะไรในตัวเขาถึงได้ตามตอแยทำตัวเป็น
สตอล์กเกอร์แบบนี้ เด็กมหา’ลัยนี่เวลาว่างเยอะนักเหรอ เป็นพฤติกรรมที่เข้าใจยากและไม่ปรากฏคำอธิบายในตำราเล่มไหน
และเขาไม่เคยคิดจะไปถามจากปากเบียคุรันซังเองด้วย
 
แต่ที่แย่ที่สุดสำหรับเด็กหนุ่มก็คือ พักหลังมานี่เขาเริ่มชินกับการถูกมองและสัมผัสจากคนๆนั้นจนชักกลัวตัวเองเสียแล้ว...
 
‘คุณลุงคุณป้าครับ รีบๆกลับมาเสียที’
 
โชอิจิถอนหายใจยาว มือขาวพิมพ์คำสุดท้ายลงในรายงานแล้วกดเซฟ จากนั้นจึงย้ายตัวเองไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม 
วันนี้ก็ยังคงเป็นวันอันยาวนานของเขาเหมือนเดิม เด็กหนุ่มคิดก่อนใบหน้าเยาว์วัยจะแนบลงกับหมอน ดวงตาสีพฤกษา
หรี่ปรืออย่างง่วงงุน แล้วเจ้าตัวก็หลับไปทั้งอย่างนั้น...
   
 
 
 
  
“โชจัง...ทำไมนอนทั้งชุดเต็มยศแบบนั้นล่ะ”
 
ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น โชอิจิได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากไกลๆ สัมผัสอ่อนโยนแผ่วเบาบนศรีษะยิ่งทำให้ความง่วงทับถมมากขึ้น
 
“อึดอัดแย่เลยนะแบบนี้... ถอดเสื้อนอกออกหน่อยดีกว่านะ”
 
ตัวของเขาลอยขึ้น กักคุรันสีเข้มไหลลื่นออกไปจากแขน อะไรบางอย่างชักจะไม่ถูกต้องแต่โชอิจิก็ง่วงเกินกว่าจะคิดอะไรได้ 
สิ่งต่อมาคือแว่นตาของเขา สัมผัสถึงปลายนิ้วอุ่นที่ลูบไล้ใบหน้าก่อนที่อุปกรณ์ช่วยมองเห็นของเขาจะถูกถอดออกไป
  
 
 
 
 
“อือ...”
  
 
 
 
เด็กหนุ่มครางเบาๆในลำคอ พลิกตัวนอนหงายก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น สายตาที่ยังไม่โฟกัสภาพดีบวกกับไม่ได้ใส่แว่น 
ภาพที่เห็นจึงเป็นภาพเลือนลาง วูบไหวของชายหนุ่มผมสีขาวโพลน แม้จะยังไม่รู้สึกตัวดีแต่ร่างกายก็กลิ้งหนีไปโดยอัตโนมัติ
  
 
  
ทว่าสัญชาตญาณของเขาดูท่าจะทำพลาดครั้งใหญ่เสียแล้ว เมื่อเขากลิ้งตัวหนีมาอีกฝ่ายจึงมีเนื้อที่ว่างขึ้นมาบนเตียง แขนแข็งแรงรวบเอวเขาเอาไว้แล้วดึงเข้าไปใกล้ๆ
 
“จะหนีไปไหนล่ะโชจัง... “
 
เสียงนั้นกระซิบอยู่ริมหู โชอิจิขนลุกซู่ ตื่นเต็มตาก็ตอนนั้นเอง มือบางพยายามช่วยตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้นเต็มความสามารถแต่ไม่เป็นผล 
มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังพลิกตัวเขากลับมาเผชิญหน้ากันอีกต่างหาก
 
“ป...ปล่อยนะครับเบียคุรันซัง ล...แล้วก็ลุกออกไปจากเตียงผมเดี๋ยวนี้เลย”
 
“เห~ ทำไมล่ะ”
 
“ก็...ก็ผมจะนอนนี่ครับ”
 
“ฉันก็จะนอนเหมือนกันนี่นา~ฮ๊าวว~”
 
“แล้วทำไมไม่กลับไปนอนห้องตัวเองล่ะครับ!”
 
“ก็อยากนอนกับโชจังนี่นา อยากกอดไว้แบบเนี้ย♥”
 
“เรื่องอะไรจะมานอนกอดผมกันล่ะครับ ผมไม่ใช่หมอนข้างนะครับ แล้วก็ที่ชอบมาแต๊ะ.. อื้อ ก่อกวนผมแบบนี้ โรคจิตหรือไงคุณน่ะ”
 
“เรื่องนั้นน่ะรู้อยู่แล้วล่ะ ตัวนิ่มๆหอมๆอุ่นๆแบบนี้หมอนข้างเป็นไม่ได้หรอก ส่วนเรื่องทำไมถึงชอบวุ่นวายกับเธอนัก ก็เพราะฉันชอบโชจังไง 
รักโชจังก็เลยอยากมอง อยากอยู่ใกล้ๆ อยากสัมผัส อยากให้โชจังสนใจด้วย ถือว่าโรคจิตมั้ยล่ะแบบนี้”
 
“อ่ะ...”
 
เด็กหนุ่มจนด้วยคำพูด เขารู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าว มันต้องกำลังแดงมากแน่ๆ คำสารภาพรักที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก 
 
แง่บ!
 
“โอ๊ย! เจ็บนะโชจังกัดฉันทำไมเนี่ย”
 
โชอิจิกระพริบตาปริบๆมองคนที่กำลังสะบัดมือใกล้แค่เอื้อม เด็กหนุ่มหน้าซีด 
 
“ม...ไม่ใช่ฝัน...”
 
“เธอว่าอะไรนะ!”
 
เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่ก็หาได้หลุดรอดไปจากการได้ยินของอีกฝ่ายไม่ คนตัวโตกว่ารั้งคู่กรณีเข้ามาใกล้กว่าเดิม 
 
“ลอบทำร้ายฉันเพราะเหตุผลไร้สาระแบบนั้นไม่ดีเลยนะ~ จะไม่ขอโทษกันหน่อยเหรอ~”
 
น้ำเสียงทุ้มต่ำ คุกคามจนคนที่ถูกล็อกตัวไว้ตัวหดลงกว่าเดิม
 
“ข...ขอโทษ...ครับ”
 
เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอก โชอิจิไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ในเมื่อคนผิดคือเบียคุรัน เข้ามาห้องคนอื่นตามใจชอบ 
ถอดเสื้อผ้าคนอื่นตอนหลับตามใจชอบ แค่กัดเบาๆแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว
 
“หืม? ว่าอะไรนะโชจัง ไม่ค่อยได้ยินเลย”
 
คนขี้แกล้งก็ยังคงเป็นคนขี้แกล้งอยู่วันยังค่ำ ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้น เบียคุรันเพียงแต่อยากเห็นปฏิกิริยา
น่ารักๆจากโชอิจิเท่านั้นเอง นั่นไงล่ะ ขมวดคิ้วใหญ่เลย
 
“ว่าไงล่ะ โชจัง~ ไม่งั้นต้องมีลงโทษกันหน่อยแล้วนะ”
 
อ่ะ นั่น เม้มปากเป็นเส้นตรงเชียว ดวงตาสีอเมทิสต์จับจ้องแก้มที่แดงเรื่อเพราะความโกรธเพลินตา 
 
“เบียคุรันซังครับ...”
 
มือเรียวเอื้อมไปประคองสองข้างแก้มของเบียคุรัน สายตามุ่งมั่นมองผ่านแว่นมาอย่างตรงไปตรงมา ใบหน้าจริงจังเลื่อนมาใกล้และแล้ว...
 
“โอ๊ย!”
 
หน้าผากเนียนโขกกับอีกฝ่ายเต็มแรง โชอิจิถือโอกาสนั้นผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างว่องไว หนีไปในระยะที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้วหันมา
กอดอกมองคนที่กุมขมับตัวเองอย่างเจ็บปวดบนเตียง
 
“สมน้ำหน้าแล้วล่ะครับ ทั้งหมดนี่ความผิดคุณทั้งนั้นยังจะมาบังคับให้ผมขอโทษอีก อยากนอนเตียงผมก็นอนไปเลยครับ คุณสตอล์กเกอร์
โรคจิต ผมจะไปค้างบ้านเพื่อน”
 
เด็กหนุ่มหันหลังกลับเตรียมที่จะหมุนลูกบิดประตู ก็พอดีกับที่ถูกคว้าเอวไว้จากคนที่ตั้งหลักได้แล้ว รู้สึกตัวอีกทีหลังก็สัมผัสกับเตียงร่างทั้ง
ร่างถูกทาบทับโดยคนอายุมากกว่า โชอิจิเริ่มรู้สึกเสียใจที่ด่วนสรุปว่าตัวเองปลอดภัยขึ้นมาทันที คนตัวเล็กกว่าหลับตาปี๋ รอรับชะตากรรม
ที่อีกฝ่ายจะมอบให้
 
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เบียคุรันทำเพียงทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างแล้วกอดเขาไว้แน่นๆ โชอิจิช้อนตาขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาสีม่วงก้มลงมา
มองสบ มีแววขบขันเจืออยู่จางๆ
 
“มองแบบนั้นหมายความว่ายังไงน้อ สงสัยอะไรเหรอโชจัง หรือว่าอยากให้ฉันทำอะไรมากกว่านี้กันน้า~”
 
มือใหญ่ไล้แก้มใสเล่น ร่างในอ้อมกอดสะดุ้งสุดตัว จากนั้นจึงส่ายหน้าแรงๆ คนขี้แกล้งคลี่ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
 
“งั้นเป็นเด็กดีเชื่อฟังแล้วนอนด้วยกันตรงนี้ดีกว่าเนอะ~ บ้านเพื่อนอะไรนั่นน่ะ‘ไม่-ได้-ไป’หรอก ฉันไม่อนุญาต แล้วก็เพราะเห็นว่าโชจัง
ต้องไปเรียนแต่เช้าหรอกนะถึงไม่ทำอะไร...”
 
ฟังมาถึงตรงนี้เด็กหนุ่มเลยถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอบคุณการเรียนการสอนอย่างสุดซึ้ง แต่วินาทีต่อมานั่นเอง...
 
“...ส่วนเรื่องบทลงโทษที่ทำร้ายฉัน‘สองครั้ง’วันนี้น่ะ เสาร์อาทิตย์ก็ยังไม่สายไปใช่มั้ยล่ะ ตอนนี้นอนกันดีกว่าเนอะ♪”
 
หนุ่มผมขาวยิ้มตาปิด รอยยิ้มสดใสที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าเสียวสันหลังวาบ ปลายนิ้วแข็งแรงดันศรีษะคนในอ้อมกอดเข้า
มาแนบอก โชอิจินิ่งสนิท วันนี้เขาก็แพ้อีกแล้ว... เด็กหนุ่มหลับตาลงพยายามปิดกั้นประสาทรับรู้ทั้งหมด ได้แต่ภาวนา
ขออย่าให้วันเสาร์อาทิตย์เคลื่อนมาถึงไปตลอดทั้งคืน…
  
 
 
Fin. 
 
จบแล้วววว เป็นฟิคสนองนี้ดไร้สาระอย่างที่บอกเลยใช่มั้ยล่า(ภูมิใจอะไร5555) แบบว่า...เขินหน้าตัวเอง
ไม่เคยเขียนฟิคแบบมีภาพ(ตัวเอง)ประกอบมาก่อน ฮาาาา ก็กล้าเนอะ*ปิดหน้า* ขออภัยแม่ยกเบียโชทั่วโลกไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
 
 
 
คิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ทำอะไรแบบนี้ คอสมันสองตัว(จริงๆ3)เลยบ้าพลังมาก เพราะรักโชจังเลยนะ>w<
 
 
ก็เอาเป็นว่าฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ มีอะไรคอมเม้นท์ติชมได้จะเก็บไว้พัฒนาต่อไปค่ะ(ยังได้อีกเรอะ)
 
 
สุดท้ายนี้ขอบคุณแจนกับมายซิสมากๆเลยค่ะที่เดินทางไกลมาถ่ายรูปให้เค้า ตามใจกี้ตลอดเลยทั้งคู่ ฮะฮะ โดยเฉพาะมายซิสที่เป็นสแตนอินให้ทั้งสองตัวเลย ถ้าไม่มีมายซิสชีวิตอาจจะลำบากขึ้นอีกเยอะ ขอบคุณที่ช่วยทำรูปให้ด้วยนะคะ
 
 
แปะรูปหมู่1รูป เป็นที่ระทึก ฮาาาา
 
 
 
 
และก่อนจากกันวันนี้... 
 
 
 
 
 
 
ไปจริงๆแล้วค่าา~
 

edit @ 26 Jan 2012 04:21:31 by -PK->

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักมากๆเลยคะ~ ><

#5 By U-Reishi on 2012-03-31 16:43

ต๊ายยยยย อยู่บ้านเดียวกัน...หึหึหึหึ

ชอบตอนโชจังเฮดบัดเอาหัวโขกมาก กร๊าก คาดว่าถ้าอยู่ต่อไปอ่าจจะไม่ได้เรียน ไ่ได้ทำการบ้านนะคะโชจัง มาอยู่บ้านเค้าดีกว่า มามะๆ อ่านไปเขินรูปไปนะเนี่ย อ่านตกหล่นไปมั่งป่าวก็ไม่รู้นะเนี่ย >3

แอร๊ย...ป่าวเชียร์สตอล์กเกอร์เลยนะ..รู้ได้ไง!!!!

ยินดีด้วยกับ 151 เอนทรี่จ้า!!

#4 By *izenfrox on 2012-01-30 11:51

อยากรู้อารมณ์ตากล้องมากเลยค่ะว่าถ่ายไปก็ลุ้นไปไหม cry (ลุ้นว่าน้องโชจะรั่วหรือคุณเบียจะเก็กหลุดตอนไหน...สินะ)

ปล. โชจังน่าอุ้มมาก และคุณเบียเอาไปเต็ม 100 เลยค่ะ หล่ออ๊ะ confused smile

#3 By kyoki หมีเคียว on 2012-01-26 21:43

แอร๊ยยยยย
ดูรูปแล้วกำลังจะเขินก็นึกถึงเบื้องหลังทันที...ฮาาา

#2 By ゴッチ on 2012-01-26 09:42

นั่น โชจังกับเบียสินะ....

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

คิดถึงคู่นี้ชะมัดเลย

รอดูเต็มๆ นะฮะ

ปล.ภาพมุมนี้มันกร๊าวมากส์เลยฮะ

#1 By karnalone on 2012-01-16 12:11